
รักน้องหมาน้องแมว...ให้ปลอดภัย
บทความโดย...ประจวบ ผลิตผลการพิมพ์
จากการศึกษาวิจัยทางจิตวิทยาทั่วโลกต่างเห็นพ้องกันว่า... การที่เด็กๆได้ใกล้ชิดเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงนั้น ทำให้เด็กๆได้เรียนการเอาใจเขามาใส่ใจเรา เกิดเป็นความมีเมตตากรุณา เกิดการพัฒนาความ มีศีลธรรมและจริยธรรม คุณพ่อคุณแม่ไม่น้อยจึงยินดีที่จะนำสัตว์เลี้ยงมาเป็นเพื่อนกับลูกๆ
ซึ่งโดยมากก็มักจะเป็นลูกหมาหรือลูกแมว เห็นเด็กๆเล่นกับพวกมันอย่างมีความสุขก็ทำให้ผู้ใหญ่ อย่างพวกเราพลอยสุขใจไปด้วย แต่...สิ่งที่ไม่ควรละเลยเป็นอย่างยิ่งก็คือ ความปลอดภัยครับผม!

รักน้องแมวรักน้องหมา...ก็ต้องหมั่นพาไปตรวจสุขภาพ หมาน้อยน่ารักบางตัวอาจมีเชื้อ แบคทีเรียที่มีชื่อเรียกยาก (บลูเซลลา เมลิเทนซิส และ บลูเซลลา อะบอตัส)แต่ติดสู่คนได้ไม่ยาก อย่าว่าแต่เด็กเลย แม้แต่ผู้ใหญ่หากได้รับเชื้อสายพันธุ์นี้ก็อาจเกิดอาการอัณฑะโต ถ้าเป็นหญิงตั้งครรภ์ก็เสี่ยงต่อการแท้งบุตร นอกนั้นก็อาจมีอาการอ่อนเพลีย เมื่อยปวด และมีไข้ขึ้นๆลงๆ ( คุณหมอพลายยงค์ สการะเศรณี นายสัตวแพทย์ 9 สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค ได้เตือนคนที่นิยมกินรกวัว -กินนมแพะดิบๆ หรือแม้แต่การนำรกแกะมาใช้เป็นเครื่องสำอางก็มีโอกาสติดเชื้อได้ด้วย ถ้าเจ้าวัว แพะ หรือแกะป่วยด้วยโรคบลูเซลโลซิส )
รักน้องแมวรักน้องหมา...ต้องพาไปฉีดวัคซีน น้องหมาอายุ 6 อาทิตย์ก็พาไปหาหมอทำการถ่ายพยาธิได้แล้วครับ ถัดจากนั้นอีก 2 อาทิตย์ก็ต้องฉีดวัคซ๊นรวม (รวมโรคไข้หัดสุนัข เลปโตสไปโรซิส-ตับอักเสบติดต่อ-ลำไส้อักเสบติดต่อ แต่ถ้าช่วงนั้นกำลังมีโรคระบาด หรือ แม่ของเจ้าลูกหมายังไม่เคยฉีดวัคซีนมาก่อน กรณีนี้พอมันอายุ 6 อาทิตย์ก็ต้องฉีดวัคซีนโรคหัดสุนัข(ลำไส้อักเสบติดต่อ)ได้เลยครับ
เมื่อมันอายุ 12 อาทิตย์ก็พาไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้แล้วละครับ แต่ถ้าช่วงนั้นมีการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า แม้น้องหมายังไม่ถึง12 อาทิตย์ก็ให้รีบพาไปฉีดได้เช่นกัน
ต่อมาเมื่อมันอายุ 16 อาทิตย์ก็ต้องฉีดวัคซีนไข้หัดสุนัขอีก แล้วก็ทำการถ่ายพยาธิครั้งที่2 แล้วเมื่อน้องหมาย่างสู่วัย 6 เดือนก็ถึงเวลาของการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอีกแล้ว... เมื่อพูดถึง โรคพิษสุนัขบ้านั้นอย่าคิดว่าจะเกิดจากน้องหมาเท่านั้น น้องแมวก็เป็นโรคแสนสยองนี้ได้ แม้เปอร์เซนต์จะไม่มาก แต่ก็มีความเสี่ยงอยู่ ถ้างั้นก็อย่าลืมพาเจ้าเหมียวไปฉีดยาด้วยละครับ
นอกจากวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ยังมีวัคซีนป้องกันไข้หัดแมวที่เป็นสิ่งจำเป็น แถมข้อดีก็คือ วัคซีนไข้หวัดแมวปนด้วย ขณะเดียวกันควร ถ่ายพยาธิประจำ ดูแลความสะอาด ล้างมือทุกครั้งที่จับแมว
รักน้องแมวรักน้องหมา-อย่าให้กินเนื้อดิบๆ เพราะ เนื้อดิบ หรือเครื่องในสัตว์ดิบๆมักอุดมด้วยเชื้อโรคสารพัด โดยเฉพาะแบคทีเรียสายพันธุอันตรายที่ว่า พวกน้ำนมดิบไม่ว่าจะเป็นนมวัว นมแกะ นมแพะก็จะต้องผ่านการพาสเจอไรส์ หรือสเตอร์ริไรซ์ จึงจะดื่มได้อย่างปลอดภัย
รักน้องแมวรักน้องหมา-อย่าให้ตากฝน ฝนมาทีไรนอกจากนำความชุ่มฉ่ำมาให้ ยังนำความชื้นแฉะมาให้อีกด้วย และเจ้าความชื้นนี่แหละที่ทำให้เชื้อโรคเติบโตกันดีนัก หน้าฝนจึงต้องดูแลเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ พวกอาหารแห้งอาหารเม็ด ของน้องหมาก็ต้องหมั่นตรวจให้ดีอย่าให้ขึ้นรา หรือเก่าเก็บ ส่วนอาหารสดก็ต้องปรุงให้สุก
นอกจากเรื่องดูแลอาหารการกินแล้ว อย่าปล่อยให้น้องหมาน้องแมวไปตากฝนหรือเล่นน้ำฝนนะครับ เพราะอาจทำให้มันน้ำมูกไหลมีไข้ขึ้น ถ้าเห็นว่าหมาแมวของเรามีอาการหนาวสั่น เวื่องซึม หอบหืด ท้องเสีย ก็ให้รีบพาไปหาคุณหมอ(สัตวแพทย์)เพื่อตรวจรักษา
หลายๆบ้านเลี้ยงลูกหมาลูกแมวตั้งแต่แรกคลอด แล้วเติบโตขึ้นมาพร้อมๆกับเด็กๆในบ้าน จนกลายเป็นเพื่อนรักที่ใกล้ชิดกันแทบตลอดเวลา แต่หลายครั้งอีกเช่นกัน ที่เด็กน้อยกลับโดนเจ้าเพื่อนรักส่าขย้ำฝังเขี้ยวจนบาดเจ็บ

ซึ่งโดยมากเกิดจากการที่เด็กเล็กเข้าไปกอดปล้ำฉุดดึงพวกมันในเวลาที่ไม่เหมาะสม ทำให้มันตกใจหรือโกรธ เช่นมันกำลังหลับปุ๋ย กำลังก้มหน้าก้มตากินอาหาร กำลังเจ็บป่วย ...หากลูกยังเป็นเด็กเล็กยังไม่ค่อยรู้ภาษา เมื่อเข้าใกล้สัตว์เลี้ยงจะต้องคอยดูลูกไม่ให้คลาดสายตา แต่ถ้าโตขึ้นอีกนิดพอฟังรู้เรื่อง ก็ต้องสอนลูกอยู่เสมอว่า.... หมาหลับอย่าแหย่ เจ้าหนูของเราบางคนชอบจังเลยที่จะเอาไม้ไปแยงไปแหย่สัตว์เลี้ยงที่กำลังหลับ เด็กอาจคิดว่าจะปลุกมันให้ตื่นมาเล่นกัน โดยไม่รู้ว่าจะทำให้มันตกใจ
หมาหิวอย่ายั่ว เด็กบางคนอาจเห็นเป็นเรื่องสนุกที่จะดึงหางมันหรือดึงจานข้าวในขณะที่มันกำลังหิว
หมากัดกันอย่ายุ่ง อาจเพราะต้องการให้พวกมันเลิกทะเลาะกัน หรือเข้าช่วยเจ้าหมาของตนที่กำลังโดนเล่นงาน เลยเข้าไปแทรกกลางวง ผลก็คือโดนลูกหลงโดนพวกมันฟัดไปด้วย
หมาให้นมลูกอย่ากวน ต้องห้ามโดยเด็ดขาดเลยนะครับ เพราะพวกมันจะจะนึกว่าจะไปแย่งลูกทำร้ายลูก เลยต้องสู้เพื่อปกป้องลูกของมัน
หมาเห่าอย่าวิ่ง ข้อนี้สำหรับไปเจอเจ้าหมาที่ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของเรา แล้วโดยมันเห่าใส่ หรือทำท่าน่ากลัวเหมือนจะเข้ามากัด เราต้องอย่าวิ่งหนีเพราะไม่มีทางวิ่งทันพวกมันแน่ วิธีแก้ไขสถานการณ์ก็คือ ให้ยืนนิ่งๆครับ เก็บแขนแนบลำตัว แล้วก็อย่าไปจ้องตาสู้ แล้วครู่เดียวเจ้าหมามันก็เลิกใส่ใจและล่าถอยไปเอง
อีกข้อสำหรับเมื่อเจอเจ้าหมาที่ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของเรา (หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงของเราเมื่อมีอาการดังนี้ หงุดหงิด งุ่นง่าน กัดทุกอย่างที่ขวางหน้า กินอะไรๆก็ไม่ลง กลัวแสงสว่า กลัวเสียงดัง น้ำลายยืดย้อยตลอดเวลา เสียงเห่าหอนฟังผิดปกติ หากเป็นดังนี้ต้องให้ระวังให้มาก เพราะมันคือ อาการของสุนัขบ้าครับ...
ทำอย่างไร!!!...ถ้าถูกกัด
1. รีบล้างแผลด้วยสบู่และน้ำ (แม้จะไม่มีแผลก็ควรล้างคราบน้ำลายออก) โดยล้างผ่านน้ำก๊อกและฟอกสบู่หลายๆ ครั้ง จากนั้นใช้แอลกอฮอล์ 70% หรือน้ำเกลืออุ่นๆ ทำความสะอาดรอบๆ แผล หรือใช้สำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ทาบริเวณรอบๆ แผล การล้างแผลต้องทำให้ดีใน 6 ชั่วโมงหลังถูกกัด มิฉะนั้นแผลจะติดเชื้ออักเสบได้ง่าย
2. แผลที่ติดเชื้อง่ายคือแผลที่เป็นรูลึก ล้างให้สะอาดได้ยาก เช่น แผลแมวกัด ซึ่งเขี้ยวแมวจะแหลม เวลากันไม่กระชากเหมือนหมากัด อีกอย่างหนึ่งคือบริเวณที่มีเส้นเอ็น เช่น มือ จะติดเชื้อได้ง่ายครับ
3. กดบาดแผลด้วยผ้าสะอาดเพื่อห้ามเลือด ปกติประมาณ 5 นาที เลือดก็หยุดไหล แต่ถ้าไม่หยุดไหลอาจจะเป็นเพราะถูกเส้นเลือดใหญ่ หรือเด็กที่ถูกกัดเป็นโรคเลือดหยุดยากชนิดใดชนิดหนึ่ง ต้องรีบพาไปหาแพทย์รักษาครับ 4. ถ้าสุนัขฉีดวัคซีนแล้ว และเจ้าของมีหลักฐานยืนยันแน่นอนว่าสัตว์เลี้ยงของเขาได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขเป็นที่เรียบร้อย และสังเกตเห็นว่าสัตว์ตัวนั้นไม่มีอาการผิดปกติ เด็กหรือผู้ใหญ่ที่ถูกกัดก็ไม่ต้องไปฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า
5. หากไม่มั่นใจ ว่าหมา แมวหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ ที่กัดจะเสี่ยงหรือไม่ให้พาเด็กหรือ ผู้ใหญ่ที่โดนกัดไปสอบถามแพทย์ หากจำเป็นคุณหมอจะได้ให้ฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า ฉีดอิมมูโนโกลบูลิน (ภูมิต้านทานสำเร็จรูป)
ความน่ากลัวของโรคพิษสุนัขบ้าจากอดีตกาลจนกระทั่งทุกวันนี้ก็คือ ยังไม่มีวิธีรักษาใดได้ผลเต็มที่ ดังนั้นอันตรายของมันก็ยังมีอยู่อย่างเต็มที่ จึงมีเพียงการรู้จักระมัดระวังการป้องกันไว้ก่อน และความรับผิดชอบของทุกคน

www.csip.org
|