เรื่องน่ารู้สู่ความปลอดภัย





“  เตารีด”....ร้อนๆ !
บทความโดย  ประจวบ ผลิตผลการพิมพ์

“เตารีด”ที่เราใช้รีดผ้ากันอยู่ในทุกวันนี้นั้น 
เมื่อ 50 ปีกว่ามาแล้วเรียกกันว่า “อุดเตา”  รูปร่างก็คล้ายเตารีดวันนี้
แต่คงหนักอึ้งน่าดู เพราะ ทำด้วยเหล็กและทองเหลือง
แถมมีขนาดใหญ่กว่าเตารีดไฟฟ้าที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันถึง  ๒-๓ เท่า 

สิ่งที่น่าทึ่งก็คือลวดลายวิจิตรงดงามดังเช่นศิลปะโบราณ 
ส่วนความร้อนนั้น ก็มาจากถ่านเผาไฟก้อนกลมๆซึ่งบรรจุอยู่ภายในอุดเตา 
เปรียบก็คือความร้อนจากขดลวดไฟฟ้าที่อยู่ในเตารีดไฟฟ้าทุกวันนี้นั่นแหละครับ
(ถ่านรีดผ้ามักทำจากไม้โกงกาง  พอเผาไฟลูกไฟจะไม่แตกกระจาย  หรือมีขี้เถ้ามากเหมือนถ่านหุงข้าว) 

กระทั่งสู่ยุคเตารีดไฟฟ้าที่แสนสะดวกสบายกว่ากัน “อุดเตา”จึงกลายเป็นวัตถุโบราณที่หาดูได้ตามพิพิธภัณฑ์ 
แม้เตารีดไฟฟ้าจะแพร่หลายไปทั่วโลก แต่อันตรายที่เกิดขึ้นกลับรุนแรงกว่าของโบราณ นั่นคือปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร
ไฟรั่วไฟช๊อต ซ้ำร้ายเกิดเพลิงไหม้สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินกันอย่างมโหฬาร 
และแม้ยุคนี้จะมีนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น เตารีดไฟฟ้าแบบมีไอน้ำ เตารีดไฟฟ้าแบบมีน้ำพ่น  

แต่ก็ยังมีเด็กๆ หรือผู้ใหญ่ที่ได้รับอันตรายจากของใหม่ๆเหล่านี้เช่นกัน
เท่าที่ประมวลดูก็พบว่า....อันตรายที่เด็กๆได้รับจากเตารีด มีลักษณะดังต่อไปนี้ครับ...

1.เตารีดเป็นเหตุให้เด็กๆได้รับบาดเจ็บประมาณร้อยละ 20
ของการบาดเจ็บจากการสัมผัสวัตถุที่ร้อนทั้งหมดในเด็ก

2.มักเป็นเหตุที่เกิดขึ้นในบ้าน แต่ในคอนโด แฟลตที่มีห้องรวม ก็มีรายงานการเกิดเหตุครับ
ส่วนใหญ่ผู้ใหญ่คนหนึ่งจะมานั่งรีดผ้าในห้องรวม แล้วเด็กอีกบ้านหนึ่งก็ถูกปล่อยมาวิ่งเล่น
ก็เลยไม่ค่อยได้ระวังภัยกันเท่าที่ควร

3.เด็กที่ได้รับบาดเจ็บจากเตารีดที่พบบ่อยที่สุดคือเด็กอายุ หนึ่งถึงสองปี
ตามสถิติของห้องฉุกเฉินต่างๆ มักพบกลุ่มนี้อยู่ที่ ร้อยละ55 ของเด็กที่บาดเจ็บจากเตารีดทั้งหมด

4.เด็กผู้ชายจะพบได้บ่อยกว่าเด็กผู้หญิงถึงเกือบสองเท่าตัว
คล้ายกับอุบัติเหตุอื่นๆในวัยตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป ซึ่งมีความสัมพันธ์กับความซน
การใช้พละกำลังกล้ามเนื้อมัดใหญ่

5.ตำแหน่งที่ได้รับบาดเจ็บพบว่าร้อยละ 63 เป็นการบาดเจ็บที่มือ และ 2 ใน 3
เป็นการบาดเจ็บที่ฝ่ามือ ตำแหน่งที่มือนี้แม้มีพื้นที่ผิวที่ได้รับบาดเจ็บไม่มากประมาณร้อยละหนึ่ง
ของพื้นที่ผิวทั้งหมดร่างกาย แต่ก็จัดว่าเป็นตำแหน่งอันตราย
เพราะการที่ผิวหนังเป็นแผลเป็นลึกต่อมาอาจดึงรั้งเส้นเอ็นต่างๆให้เสียสภาพ ก่อให้เกิดความพิการได้

6.อีกร้อยละ 17 เป็นการบาดเจ็บที่ส่วนของแขนส่วนอื่นๆนอกจากมือ
และพบการบาดเจ็บที่ใบหน้าอีกกว่าร้อยละ 10 เป็นตำแหน่งที่น่าสนใจมากครับ
เพราะนอกจากจะทำให้เสียโฉม หรือมีอวัยวะรักษายากๆในบริเวณนั้นเช่นตา ริมฝีปาก
แล้ว การบาดเจ็บที่ใบหน้าจากเตารีด ส่วนหนึ่งพบว่าเป็นการกระทำโดยผู้ดูแลเด็กด้วยครับ
อาจจะตั้งใจกันเลย หรือตั้งใจครึ่งๆคือโกรธเด็กที่มาก่อความรำคาญในขณะมีเตารีดในมือ
เลยยกขึ้นมานาบให้เข็ดด้วยอารมณ์เพียงชั่ววูบ อารมณ์วีนแบบนี้ก็คงคล้ายพวกคนขับรถเฉี่ยวกัน
แล้วก็เลยชกต่อยหรือยิงกันเลย เราต้องรู้ตัว รู้ระดับวีน อาการใกล้วีน และควบคุมตัวเราให้ได้
 อย่าให้มันมาคุมเรานะครับ เห็นท่าไม่ดีเก็บอาวุธ เก็บของที่เราเองอาจฉกฉวยไปใช้ระบายอารมณ์วีนออกให้พ้นมือก่อนเลยนะครับ

7.ส่วนใหญ่อุบัติเหตุเตารีดเกิดจากการสัมผัสโดยตรงของเด็กเอง
แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งเกิดจากเด็กดึงสายไฟทำให้เตารีดหล่นใส่ แบบนี้ก็ทั้งร้อนทั้งเจ็บจากความหนักของเตารีด

8.บางครั้งผู้ใหญ่ใช้เสร็จแล้ว หรือ ขณะใช้งานแต่ลุกไปทำอย่างอื่น แล้วยังวางเตารีดอยู่ในท่าตั้งตรง
ความร้อนบนแผ่นรีดยังคงร้อนได้อีกนาน ควรวางในท่าที่ปลอดภัยมากกว่านี้ คือวางในท่าราบ มีแผ่นรองรับเตารีด

9.ถ้าบ้านใดใช้ปลั๊กพ่วงยิ่งต้องห้ามเผอเรอเป็นอันขาด 
คุณแม่ท่านหนึ่งเล่าให้อ่าน(ในเว็บ)เป็นอุทาหรณ์สอนใจไม่ให้ประมาท ว่า ...
วันหนึ่งเธอกำลังทำงานหน้าคอมพิวเตอร์กว่า 1 ชั่วโมง  แต่ลืมสนิทไปเลยว่า
 เสียบปลั๊กเตารีดค้างไว้ที่ปลั๊กพ่วงเตารีดดังนั้นความร้อนของเจ้าเตารีดตัวนั้น มันจะระอุขนาดไหนคงเดาไม่ยาก 

แต่ที่แย่สุดๆก็คือ เตารีดวางอยู่บริเวณพื้นใต้โต๊ะคอมพิวเตอร์ แล้วจู่ๆ
ลูกสาววัย 8 ขวบของเธอก็เดินมาหาคุณแม่...
เท้าของสาวน้อยก็ไปสัมผัสเข้ากับเตารีดที่ร้อนมาแล้วอย่างเต็มที่…เด็กน้อยของแม่ กรี๊ดลั่น
เธอรู้สึกปวดแสบปวดร้อนบริเวณข้างเท้า…อย่างสุดประมาณ
เพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ(และผู้ใหญ่) เราจึงต้องระวังภัยจากเตารีดร้อนๆโดย
แยกพื้นที่เด็กเล่นกับพื้นที่ทำงานของเรา ไม่ให้เด็กมาวิ่งป้วนเปี้ยนขณะเรากำลังรีดผ้าอยู่จะดีที่สุดครับ
เมื่อใช้เตารีดเสร็จหรือพักขณะใช้ต้องวางเตารีดท่าราบ มีแผ่นรองรับแผ่นรีดที่มีความร้อนด้วยครับ
สายไฟของเตารีดก็เป็นสิ่งที่พึงระวัง  อย่าปล่อยไว้ให้ห้อยยาว
เพราะเสี่ยงที่เด็กๆและดึงเล่น กระทั่งตัวเตารีดหล่นใส่หัว

ดังนั้นหลังการใช้งานจึงต้องพันไว้บนด้ามถือเสมอ
นอกจากอันตรายจากการเล่นของเด็กแล้ว อันตรายจากผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน ไฟดูด
ไฟช๊อตก็ต้องระวังครับ เตารีดไฟฟ้าปัจจุบันเป็นผลิตภัณฑ์ควบคุมที่มีเครื่องหมายมาตรฐานบังคับ( มอก.)
เลือกที่มีมอกก่อนเลยครับ

เมื่อพบสายไฟที่แตกปริ,เต้ารับ เต้าเสียบที่ขึ้นสนิม
ให้จัดการเปลี่ยนทันทีและควรเลือกแบบที่ได้มาตรฐาน(มอก.)ด้วยนะครับ
เพราะจะได้ของที่ใช้วัสดุคุณภาพดี ทนทานกว่า  เลือกขาเสียบขารับที่มีส่วนสัมผัสทางไฟฟ้าได้ดี
(ไม่หลวมหลุดง่าย หรือ แน่นมากเกินไป)   
แล้วก็อย่าลืมปิดแผ่นปิดรูปลั๊ก(กันเด็กเล็กแหย่รูปล๊กเล่น) เมื่อไม่ได้ใช้งานด้วยนะครับ

เมื่อไฟฟ้าดับ ส่วนมากพวกเราก็ได้แต่นั่งรอจนกว่าไฟจะติด
แล้วก็ทำงานที่ค้างไว้(เช่น รีดผ้าต่อ ) จริงๆแล้วหลักการเพื่อความปลอดภัยก็คือ
เมื่อไฟดับให้ดับสวืตซ์เครื่องใช้ไฟที่กำลังเปิดอยู่ด้วยครับ เพื่อกันไฟที่มันค้างอยู่(ก่อนไฟดับ)
 
สุดท้ายเห็นจะต้องฝากย้ำเรื่องการปฐมพยาบาลแผลจากความร้อนกันอีกครั้ง
อย่าใส่น้ำปลา อย่าใส่ยาสีฟันบนบาดแผลนะครับ อันตรายอาจติดเชื้อ
ถ้าติดเชื้อก็จะทำให้เป็นแผลเป็นมากขึ้น แผลเป็นที่มืออาจส่งผลให้การทำงานของทือแย่ลงและพิการได้เลยครับ

การปฐมพยาบาลบาดแผลถูกความร้อน
 
1.ใช้น้ำเย็นราดส่วนที่บาดเจ็บนาน 10 นาที เพื่อหยุดอันตรายจากการถูกความร้อนและบรรเทาปวด
2.ถอดเครื่องประดับ นาฬิกาหรือแหวนที่รัดส่วนที่บาดเจ็บออกก่อนที่จะเริ่มบวม
3.อย่าใช้พลาสเตอร์ปิดหรือพันแผล อย่าเจาะแผลพองหรือรบกวนส่วนที่บาดเจ็บ อย่าทาโลชั่น ขี้ผึ้ง ครีม หรือไขมัน บนส่วนที่บาดเจ็บ
4.ปิดบาดแผลชั่วคราวด้วยผ้าทำแผลที่ปลอดเชื้อ หรือวัสดุที่สะอาดไม่เป็นขุย
5.ถ้าปวดให้รับประทานยาแก้ปวดได้ หากปวดรุนแรงให้ไปพบแพทย์

www.csip.org

 

 
 
 
 
 << กันยายน  2 5 5 3 >> 
อา พฤ
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Mailing list
** กรุณากรอก Email **
 

 

 

 

 

 

Website pages content copyright © 2003 csip.org allright reserved.