
หน้ากากอนามัย ...ใช้อย่างไรให้มีอนามัย ?
บทความโดย ประจวบ ผลิตผลการพิมพ์
จริงๆแล้วใครที่เป็นไข้หวัด ใครที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ก็สมควรที่จะคาดหน้ากากอนามัยอยู่แล้วละครับ เพราะคนที่เป็นไข้นั้นไอเพียง 1แค็ก เชื้อหวัดก็แพร่กระจายไปได้ไกลถึง 1 เมตร ดังนั้นการเข้าไปเดินเล่นในห้าง เดินจ่ายกับข้าวในตลาดแล้วไอโขลกๆ จามฮัดเช้ยๆๆ ลองคิดดูว่าจะระบาดได้กว้างขวางขนาดไหน ยิ่งยุคหวัดมหาภัยระบาดหนัก ก็เห็นทีจะต้องเอาจริงเอาจังกันแล้วละครับ

ตัวเลขที่ยังสูงของผู้ป่วยและเสียชีวิตจากหวัดมหาภัย 2009 -การระบาดที่ยังไม่หยุด เริ่มมีผู้ที่คาดหน้ากากแม้ว่ายังไม่ป่วย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม (ผิดกับคนที่ไอจามเรี่ยราดขาดสิ่งปิดบังใดๆ ส่อถึงความเป็นคนไร้รับผิดชอบอย่างน่าเกลียดที่สุด)
มาถึงวันนี้ทุกคนคงจะคุ้นเชื้อโรคทำให้เข้าสู่ร่างกายเคยกับหน้ากากอนามัยกันแล้ว และหลายคนก็ใส่มันโดยไม่ขัดเขินแต่เชื่อว่าโดยมากแล้วพอหยิบหน้ากากขึ้นก็ผูกปากทันที โดยลืมนึกถึงอนามัยของหน้ากาก !...
จึงขอแนะนำตรงนี้เลยนะครับว่า ...ต้องล้างมือ(ด้วยเจลล้างมือก็สดวกครับ)ทุกครั้ง ให้สะอาดก่อน จึงจะหยิบหน้ากากขึ้นมาสวมใส่ และเพื่อมั่นใจว่าจะไม่มีเชื้อโรคทำให้เข้าสู่ร่างกาย มือจึงไม่ควรไปสัมผัสกับเนื้อผ้าบริเวณด้านใน ที่แนบกับจมูกและปาก
ดังนั้น การสวมหน้ากากแบบผ่าตัด ต้องจับสายด้านข้างดึงแล้วร้อยกับหู ส่วนแบบ N95 ควรจับบริเวณด้านนอก เพื่อประคอง และดึงสายสวม"
เมื่อคาดปากแล้ว ต้องขยับผ้าให้ปิดตั้งแต่จมูกจนถึงคาง ไม่ใช่เหมือนบางท่านที่ปิดแต่ปาก ส่วนจมูกโผล่ออกมานอกผ้า ) และนั่นก็ไม่ได้หมายถึงให้ดึงสายรัดจนแน่นคับปากคับจมูกไปหมด

หน้ากากอนามัยชนิดเสริมลวดดัด เพื่อไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่จมูกได้ง่าย จึงควรจะดัดเหล็กที่เป็นโครงให้เข้าก ับดั้งจมูกให้แนบสนิท และอย่าลืมเตือนเด็กด้วยนะครับว่า เมื่อใส่หน้ากากแล้ว อย่าไกกกล้วง-แคะ- หรือเกาบริเวณที่ผ้าปิดอยู่ เพราะสิ่งที่น่าห่วงคือจะทำให้เชื้อโรคที่ติดมากับมือเข้าไปภายใต้หน้ากากอน ามัยได้
นับวันผู้คนก็ยอมรับและใส่หน้ากากอนามัยกันมากขึ้น สิ่งที่ตามมมาก็คือ... สินค้าขาดตลาด จะด้วยเพราะกลไกทางการตลาด หรือเพราะการฉวยโอกาสฟันกำไรของพ่อค้าเห็นแก่ตัว(บางคน)ก็ตาม ที่แน่ๆคือประชาชนต้องจ่ายแพงขึ้นอีกมาก
จาก ราคาไม่เกินแผ่นละ 5 บาท ก็พุ่งพรวดขึ้นเป็น แผ่นละเกือบ 20 บาท
2... จึงมีผู้ใช้ผ้าฝ้ายมาเย็บเป็นอนามัยผ้าขึ้นใช้แทน ซึ่ง ก็สามารถช่วยป้องกันหวัดได้ราว 80% นอกจากทำจากผ้าฝ้าย ยังทำจากผ้าได้อีกหลายหลากชนิด เช่น ผ้าสาลู -ผ้ายืด ผ้าอ้อมเด็ก- ผ้าถุง ฯลฯ...ดังนั้นจึงกลายเป็นทางเลือกที่ประหยัดเงิน ด้วยต้นทุนที่ถูกกว่า หนำซ้ำยังไม่ต้องเสียเงินซื้อใหม่บ่อยๆเหมือนอย่างแรก เพราะใช้แล้วซัก-ตากแดด แล้วเอามาใช้ใหม่หรือแม้แต่บางคนก็หาผ้ามาเย็บเองใส่เอง แถมเลือกผ้าลายเก๋ๆเป็นเอกลักษณ์ หรือถูกใจผู้ใส่ซะอีก

คุณแม่บางท่านก็เลือกผ้าลาย การ์ตูนตัวโปรดของลูกสาวกับลูกชาย เด็กๆเลยแย่งกันคาดปากกันใหญ่ ผิดกับก่อนหน้านั้นที่ต้องคอยตื้อคอยขู่เพื่อให้ลูกใส่หน้ากากอนามัย
แต่ที่สำคัญคือ บรรดาลายเพ้นท์นั้นต้องไม่หนาทึบจนทำให้ลูกทั้งร้อนทั้งหายใจไม่สดวก
................................................................................

"ประเทศญี่ปุ่นเมื่อผู้ป่วยรู้ว่าไม่สบายเขาจะใส่หน้ ากากอนามัยทุกช่วงเวลา เพื่อไม่ให้ไปติดผู้อื่น ส่วนในสหรัฐอเมริกาวัฒนธรรมด้านสุขอนามัยจะชอบล้างมื อบ่อยมาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ อยากให้คนไทยนำมาปฏิบัติจนเป็นวัฒนธรรมด้านสุขอนามัย อย่างเป็นรูปธรรมใน อนาคต"
นพ.สมชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า การดูแลร่างกายให้แข็งแรงเป็นภูมิต้านทานที่ดีที่สุด ควรหลีกเลี่ยงไปในสถานที่ชุมชนหากมีอาการเป็นไข้ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และรีบไปพบแพทย์ ส่วนเด็กๆ หากไม่มีหน้ากากอนามัย ไม่ควรพาไปในที่ชุมชน เพราะอาจเสี่ยงต่อการติดโรคได้
ขั้นตอนการทำหน้ากากอนามัย
1. นำผ้าที่เตรียมไว้มาพับครึ่งตามความยาวผ้าแล้วพับจับ จีบทวิช 1 นิ้ว ตรงกลางผ้ากลัดด้วยหมุด หรือ เนาตรึงไว้ และ ทำอีกชิ้นเช่นเดียวกัน
2. นำผ้าที่พับไว้มาวาง โดยหันด้านนอกขึ้น และนำยางยืดมาวางที่มุมผ้าด้านกว้างข้างบน และข้างล่าง ด้านละ 1 เส้น กลัดเข็มหมุด หรือ เนาตรึงไว้
3. นำผ้าที่พับไว้อีกชั้นมาวางซ้อนกับผ้าชิ้นแรกที่ตรึง ยางยืดไว้ โดยหันผ้าด้านนอกชนกัน แล้วเย็บจักร หรือ ด้นถอยหลังรอบผ้าสี่เหลี่ยม ให้ห่างจากริมผ้า ด้านละครึ่งเซนติเมตร โดยเว้นช่องว่างไว้กลับตะเข็บ ประมาณ 1 นิ้ว
4. ขลิบผ้าตรงมุมทั้ง 4 มุม ให้ใกล้กับรอยเย็บ เพื่อเวลากลับตะเข็บจะได้เรียบร้อยสวยงาม
5. สอยปิดช่องว่างที่เว้นไว้ให้เรียบร้อย
www.csip.org
|