เรื่องน่ารู้สู่ความปลอดภัย




ภัยฟาสต์ฟู้ด...คิดทุกคำที่กิน  อย่ากินทุกอย่างที่อยาก(กิน)

ราวๆ 3ปีที่แล้ว ที่สหรัฐอเมริกา มีกระทาชายชื่อนายมอร์แกน สเปอร์ล็อคยอมเอาชีวิตเข้าแลก
 ด้วยการบริโภคอาหารฟาสต์ฟู้ด(จากร้านชื่อดังระดับโลก)ประเภทแฮมเบอร์เกอร์ขนาดจัมโบ้ทุกวัน
 วันละ3 มื้อติดต่อกันเป็นเวลา 30วัน

โดยมีตั้งใจถ่ายทำเป็นสารคดีที่ตั้งชื่อเรื่องไว้ว่าSuper size Me
มีการเดินเรื่องอย่างน่าสนใจ ชวนติดตามและรอลุ้นว่าชะตากรรมของเขาจะเป็นเช่นไรในตอนจบ ?

ซึ่งผลก็คือ...หลังจากการตรวจสุขภาพกับแพทย์ ปรากฏว่าสุขภาพของนาย
มอร์แกนที่เคยแข็งแรงจากที่เคยตรวจครั้งแรก(เมื่อเริ่มถ่ายทำ)
กลับเปลี่ยนไปเป็นความผิดปกตินานาสารพัดโรค !...
โรคอ้วนคุกคาม..ความดันโลหิตที่สูงขึ้น...ไขมันในเลือดสูง...ไต และ ตับมีปัญหา..เซ็กส์เสื่อม...ฯลฯ....

แล้วเมื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ออกสู่สายตาประชาชน ก็ปรากฏว่า”แรง”กว่าที่คิดไว้
หนังเล็กๆเรื่องนี้คว้ารางวัลระดับสากลมาแล้วทั่วโลก     
และที่สำคัญคือ...  เกิดกระแสต่อต้านฟาสต์ฟู้ด(Junk foods)ที่ขยายตัว(ยิ่งขึ้นกว่าเดิม)
กระทั่งตามมาด้วยรายการฟ้องร้องกันไปมาระหว่างนายมอร์แกน และบ.ฟาสต์ฟู้ดระดับโลก

หากเราจะพูดถึงประเภทของอาหารจานด่วน(Fast food)
ให้หมายถึงเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดยักษ์ที่ประกอบกิจการครอบคลุมไปทั่วโลก
นั่นย่อมหมายถึงสินค้าประเภทกลุ่มไก่ทอด(ระดับอินเตอร์), กลุ่มแฮมเบอร์เกอร์ ,กลุ่มพิซซ่า ,กลุ่มโดนัท ,กลุ่มไอศครีม...
( หรือหากจะรวมถึง กลุ่มบะหมี่สำเร็จรูป,ขนมกรุบกรอบ ก็ไม่น่าจะผิดกติกาอันใด)

ธุรกิจฟาสต์ฟู้ดเจ้าแรกที่ได้ย่างกรายเข้ามาสู่เมืองไทยเมื่อ 43ปีมาแล้วก็คือ วิมปี้(Wimpy)
ที่ขายแฮมเบอร์ในบ้านเราได้แค่  8ปีก็มีอันม้วนเสื่อกลับบ้านเก่าด้วยความผิดหวัง  ต่อมา ปีพ.ศ.2513””
ไก่ทอดเคนตั๊กกี้ก็โฉบเข้ามาเพื่อบุกเบิกตลาดไก่ทอดรสชาติระดับอินเตอร์ด้วยความคึกคัก 
แต่แล้ว...หลังจากทหารจีไอ.อเมริกัน(ลูกค้าประจำ)
ต้องถอยทัพเพราะล้มเหลวจากการศึกในเวียดนาม เคนตั๊กกี้ก็ขอถอยทัพไก่ทอด
 โบกมือโบกปีกลาไทยแลนด์ด้วยความเจ็บปวด

แต่แล้ว...ในระยะต่อมา ด้วยกลยุทธทางการตลาดที่สุดยอด
และการโหมโฆษณาอย่างสุดเหวี่ยงของทุกบริษัทฟาสต์ฟู้ดระดับยักษ์
โดยเฉพาะการมุ่งไปที่สื่อทีวี.อันเป็นสื่อที่เข้าถึงและจูงใจเด็กๆและวัยรุ่นได้เร็วและแรงที่สุด

ซึ่งในที่สุดกลยุทธนี้ก็ได้ผลอย่างถล่มทลายไปทั่วโลก 
ทำให้เด็กรุ่นใหม่ล้วนเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค หันมาหม่ำฟาสต์ฟู้ดกันทั่วหน้า
 
(  เด็ก 59.1% รู้สึกอยากกินฟาสต์ฟู้ด    เด็ก 40.21% มักจะกินฟาสต์ฟู้ดไปด้วยนั่งดูทีวี.ไปด้วย
 จากผลการสำรวจเด็กแถบชานเมืองจำนวน 900 คน  โดยชมรมทันตสาธารณสุขภูธร)
 
ทั้งๆที่...เป็นที่รับรู้กันทั่วโลกแล้วว่า นี่คือ”อาหารอุตสาหกรรม”
ที่ถูกสกัดกากอาหาร จนแทบไม่มีใยอาหารเหลือหรอ ทั้งสารอาหารก็มีในปริมาณที่ต่ำ
และอุดมไปด้วยแป้งและไขมันที่ล้นเกิน กระทั่งถูกขนามนาม ว่าเป็นอาหารขยะ(Junk food)

วันเวลาที่ผ่านมาๆย่อมพิสูจน์ให้เห็นโดยทั่วกันแล้วว่า อาหารขยะเหล่านี้ทำให้เด็กและเยาวชนของชาติ ต้องเผชิญกับ......... 


 
1 )โรคอ้วน  พบว่าในไทยเรามีคนที่อยู่ในภาวะโรคอ้วนในอัตราที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 109.1% !   
สถิติจากกองเวชศาสตร์ฟื้นฟู )ซึ่งนับว่าอยู่ในขั้นรุนแรงน่าเป็นห่วง

โดยเฉพาะเด็กไทยที่โดนโรคอ้วนเล่นงานนั้น มีจำนวนใกล้เคียงกับเด็กอเมริกัน
(คือ เกือบ10%ของเด็กทั้งหมด)นับว่าเป็นตัวเลขที่น่าตกใจไม่น้อยเลย
 
ผลวิจัยพบว่า สาเหตุที่เด็กของเราอ้วนนั้น
เกิดจากการกินอย่างผิดหลักโภชนาการ แถมไม่ยอมออกกำลังกาย-สบายจนเคยตัว-มัวแต่เล่นเกม
และชอบกินอาหารขยะ ส่วนผักสดผลไม้นั้นแทบจะไม่ได้แตะกันเลย

โทษภัยของโรคอ้วนนั้น นอกจากจะทำให้อืดอาดขาดความคล่องตัว
ไม่กระฉับกระเฉงสมวัย แล้ว เด็กอ้วนมักป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ ,มีภูมิต้านทานโรคต่ำ,เป็นหอบหืด
มีอัตราเสี่ยงสูงต่อการเจ็บป่วยด้วยสารพัดโรคเมื่อเติบใหญ่
เช่นไขมันในเลือดสูง-ข้อเสื่อม-เบาหวาน   และโรคหัวใจ...ฯลฯ... )

  
2 )  โรคภูมิแพ้ ( แน่นจมูก-เยื่อบุจมูกอักเสบ-ไซนัสอักเสบ-ท้องเสีย-ขี้นผื่น-อาเจียน-หืดหอบ –เป็นลม)
อันเป็นอาการยอดฮิตของเด็กไทยยุคนี้ ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่า หนึ่งในเหตุสำคัญนั้น
เกิดเนื่องมาจากสารเคมีที่ใช้ในการผสมอาหารทั้งหลาย เช่น สารแต่งกลิ่น สารแต่งสี สารกันบูด...ฯลฯ...
ซึ่งสารเคมีเหล่านี้...ล้วนมีอยู่อย่างเพียบในJunk foodsทุกชนิด

3) สาเหตุของริดสีดวงทวาร เพราะJunk foodเป็นอาหารที่แทบไม่มี 
กากใยอาหารหลงเหลือ จึงทำให้เด็กๆที่บริโภคประจำ มักท้องอืด ท้องเฟ้อ อึแข็ง
ถ่ายก็ยาก อันเป็นสาเหตุของการเกิดริดสีดวงทวาร ลำไส้โป่งพอง กระทั่งเป็นจุดเริ่มต้นของมะเร็งลำไส้ใหญ่

4)  มีโอกาสป่วยเป็นโรคหัวใจ เนื่องจากJunk foodเป็นอาหารที่มี
ไขมันสูง มีเกลือโซเดียมที่ล้นเกิน หนำซ้ำยังอุดมไปด้วยไขมันประเภทอิ่มตัว
ทั้งหมดนี้ล้วนทำให้เกิดคอเลสตอรอลที่สูง  และหากสะสมตัวมากขึ้นๆ
มันจะเกาะติดอยู่ตามผนังหลอดเลือดแดง  กระทั่งเส้นเลือดหัวใจตีบตัน
มีปัญหาในการสูบเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจ จนหัวใจขาดเลือก และร่างกายก็จะทรุดลงอย่างรวดเร็ว
แถมเด็กๆยุคนี้”ไม่ยอมออกกำลังกาย-ติดเกม-ติดทีวี”ก็ยิ่งตกอยู่ในภาวะเสี่ยง
(ค.ศ.1992 มีรายงานจากม.อิซิเตอร์ ประเทศอังกฤษ ระบุว่า จากการตรวจเลือดผู้ที่อยู่ในวัย
7–25 ปี ที่ชอบเล่นเกมคอมพิวเตอร์เป็นประจำ มีจำนวนถึง 25% มีไขมันในเลือดสูง

อย่าลืมนะครับ ว่าอาหารก็คือปัจจัยแรกสุดของปัจจัย4 ที่จำเป็นต่อชีวิตของคนเรา
จึงต้องหมั่นถามตนเองเสมอว่า ในแต่ละวัน ทั้งเราและลูกๆของเรานั้น
 ได้พิจารณาเรื่องอาหารมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะอาหารที่รับประทานกันอยู่ทุกวันนี้
เป็นสิ่งที่เสริมสร้างร่างกาย เป็นดังย่รักษาโรคให้สดชื่นแข็งแรงทั้งกายและใจ
  .
..หรือเป็นเพียงซากอาหารที่ไร้คุณค่า และปนเปื้อนไปด้วยสารเคมี
ที่กัดกร่อนและทำลายสุขภาพของลูกๆและของเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน.......

www.csip.org

 
 
 
 
 << มิถุนายน  2 5 6 0 >> 
อา พฤ
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Mailing list
** กรุณากรอก Email **
 

 

 

 

 

 

Website pages content copyright © 2003 csip.org allright reserved.