เรื่องน่ารู้สู่ความปลอดภัย




เปิดเทอมแล้ว สอนลูกอย่างไร? ...
ให้ปลอดภัยในยามที่เดินถนน

บทความโดย ...ประจวบ ผลิตผลการพิมพ์
http://prempapatblong.exteen.com/

    
ทราบมั้ยครับว่า... ในบ้านเรานั้น ทุกๆปีจะมีคนตายบนท้องถนนปีละ
กว่า 1 หมื่นห้าพันคน !  โดยเป็นเด็กที่อายุน้อยกว่า 15 ปีถึงกว่า 1,000 คน
และการเสียชีวิตนั้นเกิดจากการถูกรถชน(รถชนคน)ถึง 60 % … คนเดินถนน (โดยเฉพาะเด็กๆ)
หากโดนรถชน โอกาสที่จะเสียชีวิตจะมากกว่าคนที่ขับรถถึง 220 เท่า...

จากการศึกษาวิจัยของศูนย์วิจัยเพื่อความปลอดภัยในเด็กฯ( รพ.รามาธิบดี) พบว่า
1 )  15% คือ เด็กที่โดนรถชนจนถึงแก่ชีวิตนั้น เกิดขึ้นในขณะที่กำลังนั่งเล่น,เดินเล่นอยู่ที่หน้าบ้าน
หรือแถวๆละแวกบ้าน ส่วนเด็กเล็กก่อนจะถูกรถชน ก็มักจะมีผู้ใหญ่คอยดูอยู่
แต่ผู้ดูแลในขณะนั้นเผอเรอ จนคลาดสายตาจากเด็กไปชั่วขณะ

2  )  33%  คือ เด็กที่ถูกรถชนขณะกำลังเดินอยู่บนทางเท้า หรือเดินตามขอบถนน
กรณีนี้มักเกิดจากความประมาทของผู้ที่ขับขี่รถ และเป็นความบกพร่องของการก่อสร้างในชุมชนแห่งนั้น
ที่มีทางเท้าอันคับแคบ หรือหลายๆแห่งก็ไม่มีทางเท้าให้คนเดิน

3  )  40%  คือ  เกิดจากเด็กที่วิ่งจู๊ดออกไปสู่ท้องถนนอย่างกะทันหัน
รถที่แล่นมาด้วยความเร็วเบรกไม่ทัน  แม้แต่เด็กคนนั้น มีผู้ใหญ่ยืนอยู่ใกล้ๆก็ตาม(แต่อาจไม่ได้จับจูงเด็กไว้)

4 )  13%  คือ  จำนวนเด็กที่ถูกรถชน ในขณะที่เดินข้ามถนน
ซึ่งสาเหตุมาจากทั้งการขาดทักษะในการข้ามถนนของเด็กเอง และมาจากความประมาทของผู้ขับขี่รถยนต์
 ( ที่พบบ่อยก็คือ การข้ามถนนทันทีเมื่อรถคันหนึ่งจอดให้ข้าม โดยไม่ได้ดูว่ายังมีอีกคันที่วิ่งตามมา แล้วไม่หยุด
หรือหยุดไม่ทัน จึงพุ่งชนเด็กที่กำลังเดินผ่านหน้ารถคันที่หยุดอยู่)

อุบัติเหตุทั้ง 4 ข้อนี้ดูเหมือนจะเป็นเหตุสุดวิสัย แต่ไม่ควรจะปล่อยไปตามบุญตามกรรม
เพราะจริงๆแล้วป้องกันได้ครับ โดยการแบ่งเป้นการป้องกันระดับชุมชน-สังคม และ ระดับครอบครัว
  
การป้องกันในระดับชุมชน-สังคม

1... ในหมู่บ้าน หรือชุมชนของหลายประเทศ(ที่พัฒนาแล้ว) เขามักยึดหลักการ
“แยกเด็กออกจากถนน” หมายถึง เด็กๆไม่ต้องเดินบนถนนที่มีรถวิ่ง
แต่จัดให้มีถนนสำหรับให้คนเดินโดยเฉพาะ ส่วนในหมู่บ้านจัดสรร
เขามักจะมีพื้นที่พักผ่อนเพื่อให้ทั้งผู้ใหญ่และเด็กๆได้มาเดินมาวิ่งเล่นได้อย่างปลอดภัยจากรถยนต์ทุกชนิด

2... การจำกัดความเร็วของรถเมื่อแล่นเข้ามาในชุมชนนั้น
เพราะการลดความเร็วของรถยนต์นั้น มีผลต่อการลดอันตรายจากอุบัติเหตุ  เช่น

* รถยนต์ที่ลดความเร็วลงเหลือ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้น อุบัติเหตุจะลดลง 24% 

* การบาดเจ็บจากคนเดินถนนลดลง 45%

* การลดความเร็วด้วยสันชะลอความเร็ว(ที่บางคนเรียกมันว่า “กับระเบิด!”)
 ความสูงของมันทุกๆ 1 ซ.ม. ช่วยลดความเร็วลงได้ 1 ก.ม.ต่อชั่วโมง ( หรือลดความเร็วได้ 40%)

* การทำให้ถนนแคบลง จะลดความเร็วได้ทุก  5 ก.ม.ต่อชั่วโมง

* การสร้างประตูเข้าออก(ด่าน)ในพื้นที่ต่างๆ จะช่วยลดความเร็วลงได้ 23%

การป้องกันระดับครอบครัว

1... ความปลอดภัยควรให้เริ่มมีกันตั้งแต่ที่บ้าน  “บ้าน”จะต้องเป็น “พื้นที่ปลอดภัย”
สำหรับทุกคนในครอบครัว เช่น  ไม่ว่าจะจอดรถไว้ในบ้าน หรือ จอดรถไว้หน้าบ้าน
ทุกครั้งที่จะออกรถ ไม่ว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลัง ก็จะต้องระมัดระวังไว้ให้มากนะครับ
โดยจะต้องไม่รีบร้อนหรือพรวดพราดออกรถไปเลย โดยไม่มองให้รอบด้าน
แล้วก็อย่าลืมนะครับ ว่าเด็กๆนั้นย่อมจะตัวเตี้ยกว่าผู้ใหญ่มาก แม้แต่การมองที่กระจกมองหลัง
หรือกระจกมองข้างก็อาจไม่เห็นเด็กที่อาจยืนหรือนั่งเล่นอยู่หลังรถ หรือใกล้ๆกันนั้น
และที่เกิดเป็นข่าวอยู่เรื่อยๆ ก็คือ ความประมาท หรือ ความไม่ชำนาญ ทำให้แทนที่จะขับรถเดินหน้า
ก็กลับเข้าเกียร์ถอยหลัง รถจึงถอยพรืดไปชนลุกที่ยืนอยู่ด้านหลังรถ

2... ลูกที่อยู่ในวัยน้อยกว่า 10 ขวบนั้น พัฒนาการด้านต่อไปนี้ยังไม่สมบูรณ์ การมองการกะระยะ
 การรับรู้ในสิ่งที่เคลื่อนไหว หรือแม้แต่การตัดสินใจ จึงไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะสอนให้เด็กน้อยวัยนี้ข้ามถนน   
ดังนั้นทุกครั้งที่ต้องข้ามถนนผู้ใหญ่จะต้องอยู่ใกล้ชิดด้วยเสมอ พร้อมกับสอนว่า
การข้ามถนนทุกครั้งต้องข้ามทางม้าลาย หรือหากมีให้เลือก ก็ควรข้ามสะพานลอย เพื่อความปลอดภัยยิ่งกว่า
( ถ้าสะพานลอยนั้นไม่ชำรุดทรุดโทรม หรือเป็นแหล่งรวมของเหล่าขอทาน
หรือ พวกมิจฉาชีพ)

3...ลูกที่มีอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ก็ถึงเวลาแล้วล่ะครับที่จะต้องสอนเขาว่า 
การข้ามถนนทุกครั้งจะต้องหยุดอยู่ที่ขอบถนนก่อน แล้วเมื่อจะข้ามก็ให้ยกมือขวาขึ้น
เป็นการส่งสัญญาณว่า กำลังจะข้ามถนน เพื่อให้คนที่ขับขี่รถมาจะได้มองเห็นและรับรู้  
จากนั้นก็มองซ้าย และ มอง ขวา ( โปรดสังเกตว่า มองซ้าย และ มองขวา ไม่ใช่ มองซ้าย หรือ มองขวา)
 ว่ามีรถกำลังจะแล่นผ่านมาหรือไม่  หากไม่มีก็ให้มองขวาอีกครั้ง แล้วจึงค่อยข้ามถนนไป
 
แล้วก็อย่าลืมสอนลูกๆด้วยนะครับว่า สิ่งนี้ต้องปฏิบัติทุกครั้งในยามที่จะข้ามถนน

4...แม้รถจะแล่นมาแล้วจอดนิ่ง เพื่อให้เราได้ข้าม แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องชะเง้อมอง
ซะก่อนว่า จะไม่มีรถ(โดยเฉพาะมอเตอร์ไซด์)วิ่งฉิวมาด้านขวาของรถที่จอดรออยู่นั้น
เพราะมันอาจจะบังสายตาเราก็ได้ แม้แต่รถที่แล่นมา ก็อานึกไม่ถึงเช่นกันว่า จู่ๆจะมีคนโผล่พรวดเข้ามา

5...จงมีสติและสมาธิเสมอ ในเวลาที่ข้ามถนน ดังนั้นลูกๆจะต้องไม่เหม่อใจลอย ,ไม่ล้วงแคะแกะเกาใดๆทั้งสิ้น
หรือไม่ก้มลงเก็บของใดๆทั้งสิ้น ,ไม่หยุดพูดคุยกับใครกลางถนน และเราจะไม่ตะโกนเรียกใคร ขณะที่อีกฝ่ายกำลังข้ามถนน

6... ทางข้ามถนนในบางที่นั้นจะบอกสัญญาณด้วยไฟจราจร ดังนั้นจะต้องปฏิบัติตามสัญญาณไฟให้ถูกต้อง
เพื่อความปลอดภัยของตนเอง จึงควรทบทวนให้ลูกให้เข้าใจและจำได้ในเรื่องของไฟจราจร
( เช่น  แดง หมายถึง หยุด  เหลือง คือเตรียมตัว  และ เขียวหมายถึงไปได้ )
 
แต่ที่สำคัญก็คือ ต้องบอกลูกด้วยว่า ไฟสัญญาณในการข้ามถนนนั้น จะตั้งอยู่ข้างหน้าคนข้าม
และในไฟสัญญาณจะมีรูปคนยืนเป็นสัญลักษณ์  แม้ว่าจะมีทางม้าลาย และไฟจราจรอยู่ตรงหน้า
ก็อย่าลืมบอกลูกด้วยนะครับว่า ยังไงๆก็ต้องมองขวา มองซ้ายว่าไม่มีรถวิ่งใกล้แน่ๆ จึงค่อยข้ามถนน

7...การหยุดยืนเพื่อรอจะข้ามถนนนั้น ให้ยืนบนฟุตบาทหรือเกาะกลางถนน
เราจะไม่ยืนรอบนริมฟุตบาทหรือกลางถนน

8...การเดินก็เช่นกัน ให้เดินบนฟุตบาทเสมอ ห้ามเดินบนริมฟุตบาท
เนื่องจากเสี่ยงเหลือเกินที่จะโดนรถเฉี่ยวชน ยิ่งลูกเป็นเด็กโต
เราต้องอย่าลืมเตือนลูกให้ปฏิบัติตามด้วยครับ

ที่พบบ่อยมาก ก็คือบรรดาเด็กๆที่พากันเดินเป็นกลุ่ม ไม่ว่ากำลังจะเดินไปโรงเรียน
หรือ กำลังจะเดินกลับบ้าน มักจะชอบเดินเรียงหน้ากระดานเรียง 2 หรือแม้แต่เรียง 4 โดยเดินบนฟุตบาท
ส่วนอีก 2 เดินบนถนน หนำซ้ำบางครั้งยังหยอกล้อ ตีกัน ผลักกันไปมา
 
ลองคิดดูสิครับว่า จะเป็นอย่างไรหากเกิดเซ หรือล้มลงบนถนนขณะที่รถกำลังแล่นมา และเกิดเบรกไม่ทัน ! 
หรือ  เด็กนักเรียนเดินบนทางเท้า  มือก็ถือไม้ปิงปองแล้วก็เดาะลูกปิงปองไปด้วย !
หรือ  เด็กนักเรียนคนพี่จูงมือเด็กคนน้อง แล้วพากันวิ่งจู๊ดข้ามถนน
ทั้งๆที่...เหนือศีรษะของเขาทั้งคู่ มีสะพานลอยสวยๆใหม่ๆ พาดอยู่อย่างโดดเด่นเป็นสง่า !

หากเจอเหตุการณ์ทำนองนี้  ก็โปรดชี้ให้ลูกดู แล้วบอกว่า..
นี่คือตัวอย่างที่ไม่ดีนะลูกนะ... แล้วก็...ห้ามเลียนแบบอย่างเด็ดขาด !


9... โดยทั่วไป เมื่อเดินไปไหนผู้ใหญ่ก็มักจะจูงมือเด็กเล็ก แต่หากสังเกตจะพบว่า
ผู้ใหญ่บางท่านกลับให้เด็กเป็นฝ่ายจูงมือผู้ใหญ่ซะเอง ซึ่งเสี่ยงเกินไปครับ หากว่าเป็นการเดินไปบนถนน
รถราแล่นกันขวักไขว่ เพราะเด็กมักจะปล่อยมือ และวิ่งแจ้นออกไปได้เสมอ
ไม่ว่าเพราะจะพบสิ่งที่ตนสนใจ อยากได้ หรือ ตกใจ

ผู้ใหญ่จึงต้องเป็นฝ่ายจับและจูงมือเด็กไว้เสมอ และเราเองก็จะต้องเดินอยู่ในด้านที่รถวิ่งทุกครั้ง

10...ทุกครั้งก่อนที่จะลงจากรถ ต้องรอให้รถจอดสนิท และจอดชิดฟุตบาทซะก่อน
แล้วก็ชะเง้อมองไปที่ด้านหลังรถ ให้แน่ใจก่อนว่าไม่มีรถ(โดยเฉพาะมอเตอร์ไซด์)
หรือจักรยานวิ่งสวนมา หรือไม่มีใครเดินมาใกล้รถ  จากนั้นจึงค่อยๆเปิดประตุ และก้าวลงไปบนฟุตบาท
โดยเราไม่ลงจากรถด้านขวาที่ติดกับถนนรถวิ่ง ดังนั้นจะต้องจำไว้เสมอว่า เราจะต้องลงรถทางด้านซ้ายที่ติดกับฟุตบาทเสมอ


 
11..... พื้นถนนที่เปียกน้ำ หรือชื้นแฉะนั้น มักจะลื่น ซึ่งเสี่ยงต่อการลื่นไถลและหกล้มของคนเดิน 
และ การเบรกไม่อยู่ของรถยนต์ที่วิ่งเข้ามา  จึงควรหลีกเลี่ยงในการข้ามถนนที่มีสภาพเช่นนั้น    
แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ  ก็จะต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากเป็นพิเศษ.....

12.....  ถนนหลายแห่งในเมือง เต็มไปด้วยความอึกทึกคึกคัก โดยเฉพาะในคราวที่เขาจะจัดเทศกาล หรือมหกรรมต่างๆ
ก็มักจะละลานตาไปด้วย ของขาย-ของใช้-ของโชว์สารพัดสารพัน  ซ้ำยังเปิดเพลงดังสนั่นหวั่นไหว
หากเจอบรรยากาศเช่นนี้ ก็จะต้องบอกลูก ให้ตั้งอยู่ในสติ และสมาธิดีๆ 
ขอให้ใช้ความระมัดระวังในการข้ามถนนให้มากขึ้น  อย่าได้วอกแว่กไปกับสิ่งเร้า หรือสิ่งดึงดูดรอบตัว

จะเห็นได้ว่า  แม้แต่การข้ามถนนที่แทบจะเป็นเรื่องกิจวัตรประจำวัน
ก็เป็นสิ่งจำเป็น ที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องศึกษาเรียนรู้ ก็เพื่อความปลอดภัยของครอบครัวอันเป็นที่รักยิ่ง 
ของทุกคนน่ะครับ.....

 

 
 
 
 
 << ตุลาคม  2 5 6 5 >> 
อา พฤ
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031     
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Mailing list
** กรุณากรอก Email **
 

 

 

 

 

 

Website pages content copyright © 2003 csip.org allright reserved.