เรื่องน่ารู้สู่ความปลอดภัย





ระวัง.....หมาพันธุ์สยอง !
บทความโดย... ประจวบ ผลิตผลการพิมพ์

ปีพ.ศ. 2522 – 2534 ที่สหรัฐอเมริกา มีรายงานช็อคโลกฉบับหนึ่งระบุว่า...
มีคนอเมริกันโดนหมากัดถึงตายเป็นจำนวนที่น่าตกใจ โดยหมาที่ฆ่าคนนั้น ล้วนแล้วแต่เป็น
หมาพันธุ์ดุทั้งสิ้น นั่นคือ...   
พิทบูล   66  รายและ  ร็อตไวเลอร์  37 ราย

ต่อมาปีพ.ศ.2535 – 2541  
ร็อตไวเลอร์ 33 ราย พิทบูล  21  ราย     
เยอรมันเชพเพิร์ท  17 ราย ฮัลกี้  15  ราย

จริงๆแล้วหมาพันธุ์โหดเล่านี้ จัดเป็น “สุนัขพันธุ์ควบคุมพิเศษ”
ที่หลายประเทศถึงกับห้ามนำเข้า ห้ามเพาะพันธุ์
แต่แล้วก็กลับมีการนำเข้าและเพาะพันธุ์อย่างผิดกฎหมาย
 สุดท้ายหลายๆประเทศจึงก็หมดปัญญาจะควบคุม 
ทุกวันนี้หลายประเทศจึงปล่อยเลยตามเลย
กลายเป็นการซื้อขายกันอย่างเสรี เพียงแต่จะต้องขอใบอนุญาตจากกรมปศุสัตว์เสียก่อน


 
ในสหรัฐอเมริกาออกฎหมายห้ามบุคคลที่มีประวัติอาชญากรรม
มีหมาพันธุ์โหดในครอบครองอย่างเด็ดขาด
ในประเทศเยอรมัน หลังจากเกิดกรณีร็อตไวเลอร์ขย้ำคอเด็ก
ชายชาวเยอรมัน 6 ขวบจนตายคาเขี้ยว
รัฐบาลได้ขี้นบัญชีดำหมาร็อตไวเลอร์ รวมทั้งพิทบูลให้เป็นหมาอันตราย
ห้ามนำเข้าหรือเพาะพันธุ์โดยเด็ดขาด
ส่วนใครที่มีในครอบครองอยู่แล้วก็จะต้องมีตระกร้อมัดปากไว้เสมอ
 
ส่วนในไทยเราแม้มีข่าวหมาพันธุ์ดุทำร้ายเด็กและผู้ใหญ่จนถึงตายหรือสาหัส อยู่เสมอ
แต่มาตรการควบคุมและลงโทษก็ดุจะย่อหย่อนยิ่งกว่าเมืองนอกหลายเท่า

มาทำความรู้จักกับ หมาพันธุ์โหดที่ติดอันดับโลก

ร็อตไวเลอร์  ลักษณะเด่นของมันก็คือ
รูปร่างกลม บึกบึนเต็มไปด้วยมัดกล้าม กระดูกหนาใหญ่แข็งแรง
มีกรามที่สั้นแต่แข็งแกร่ง มันมักจะดูสงบนิ่งแต่มีความหวงแหนพื้นที่มาก
มันมักจะเข้าทำร้ายเหยื่อด้วยการกระโจนเข้างับที่คอ,ใบหน้า,ศีรษะ แล้วกัดจนจมเขี้ยว
จากนั้นก็สะบัดไปๆมาๆอย่างแรง พร้อมกับการขย้ำอย่างไม่ยอมปล่อย
ยิ่งเหยื่อร้องลั่นด้วยความตกใจและเจ็บปวด ก็เท่ากับการไปกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของมัน
ให้เพิ่มกำลังทำร้ายเหยื่อให้รุนแรงขึ้น  โดยเฉพาะเหยื่อที่เป็นเด็ก , คนแก่
หรือคนที่มันรู้ว่าอยู่ในสภาพที่อ่อนแอกว่ามันอย่างแน่นอน...


 
หมาพิทบูล จะมีลักษณะล่ำสัน กรามใหญ่แข็งแกร่ง
เมื่อมันกัดจะล็อคเป็นรูปคีมที่ติดแน่น มันมีหนาหนังและเหนียว 
กระดูกช่วงไหล่ช่วงขาจะใหญ่
ใบหน้าของมันเป็นรูปโค้งเรียวมองคล้ายรูปไข่ 

ช่วงแรกๆที่มีคนนำมันเข้ามาในบ้านเรา
หลายๆคนยังนึกว่ามันเป็นหมาพันธุ์ผสมระหว่าง หมาพันธุ์ไทย และหมาบ๊อกเซอร์
 
แท้แล้วมันมีความเป็นมาอย่างยาวนานเช่นเดียวกับร็อตไวเลอร์
แต่ที่สำคัญก็คือความดุร้ายของมันก็ไม่แพ้กัน
โดยเฉพาะเป็นที่รู้กันในวงการว่า ในยามที่พิทบูลมันกัดใคร “หูมันจะหนวก”
ซึ่งนั่นหมายถึง  กัดชนิดเอาตาย กัดไม่ปล่อย โดยไม่ฟังแม้แต่เจ้านาย

ความเป็นหมานักสู้ผู้โหดเหี้ยมของร็อตไวเลอร์ และพิทบูลทำให้ราวสิบปีก่อน
เคยมีกลุ่มไฮโซใช้สถานที่หมู่บ้านย่านชานเมือง จัดเป็นบ่อนพนัน  “หมากัดกัน”
โดยหากหมาสองพันธุ์นี้ ขึ้นสังเวียนเข่นฆ่ากันเมื่อไหร่ เงินเดิมพันมักจะสูงลิ่ว
(บ่อนหมากัดทุกวันนี้เท่าที่ทราบ ยังมีการลักลอบเล่นกันอยู่)

กรณีตัวอย่าง .....
                 **หมานักร้องดังงับหัวเด็กจนตาย
ราวต้นปี 2538 หนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับต่างลงข่าว เจ้าฮาลิกซ์ หมาร็อตไวเลอร์
ที่มีเจ้าของเป็นนักร้องชื่อดังที่ทุกคนรู้จัก นั่นคือคริสติน่า อากีร่า
วันนั้นเจ้าฮาลิกส์ออกมาเดินเพ่นพ่านอยู่หน้าบ้าน โดยไม่มีใครดูแล
ซึ่งนั่นเท่ากับนำคราวเคราะห์มาให้แก่ออยเด็กน้อยวัย 3 ขวบ
ที่กำลังจูงมือคุณยายเดินอยู่ใกล้บ้านนักร้องดัง
เพราะพอเจ้าพันธุ์โหดเห็นเข้าเท่านั้น มันก็กระโจนเข้ามางับหัวของหนูออยจนจมเขี้ยว
แถมกระชากไปๆมาๆอย่างน่ากลัว จนหนูออยต้องเสียชีวิตเพราะกะโหลกแตก
ส่วนคุณยายที่พยายามเข้าไปช่วยหลาน ก็โดนมันกัดนับสิบแผล แขนขา
และลำตัวเป็นแผลเหวอะหวะอย่างน่ากลัว

                   **แค่เดินผ่านหน้าบ้าน-ก็โดนกัดปากฉีกถึงจมูก
ขณะที่น้องโดม(วัย 8 ขวบ)กำลังเดินไปหาเพื่อนที่อยู่อีกซอยในหมู่บ้านเดียวกัน
จู่ๆก็มีหมาตัวใหญ่ดำทมึน(พันธุ์ร็อตไวเลอร์ผสมพิทบูล)กระโจนข้ามรั้วที่สูง 1.20 เมตร
พุ่งตรงเข้ามาย้ำเข้าไปที่ใบหน้าของโดม พร้อมสะบัดอย่างรุนแรง
ทำให้ปากโดนฉีกกระชากไปถึงจมูก จนเห็นกระดูกโผล่  
รายนี้เจ้าของบ้านเป็นฝรั่งเยอรมัน ที่ไปทำงานที่ชลบุรี กลับบ้านเดือนละ 2 หน
 จึงปล่อยให้มันอยู่กับคนรับใช้ ซึ่งคงจะปล่อยปละละเลย
จนเจ้าพันธุ์ดุออกไปเพ่นพ่านกัดเด็กจนบาดเจ็บสาหัส  ( 5 ต.ค. 2548)

                  ** รุมฆ่าแม้แต่เจ้านายของตัวเอง!
เจ๊กิม เศรษฐีนีค้าส่งกระเทียม (อ.ป่าซาง จ.ลำพูน)
เพียงทำท่าจะเข้าไปชื่นชมเจ้าลูกร็อตไวเลอร์น้อยทั้ง 3 ตัวที่นอนเรียงรายกันอยู่
แต่ต้องชงักเพราะเจ้าตัวแม่คำรามใส่ ด้วยความหวงลูก
เจ๊กิมจึงดุด่าเจ้าตัวแม่ที่เลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออกด้วยความน้อยใจ
 
เท่านั้นเอง...เจ้าร็อตไวเลอร์ตัวแม่ก็ถึงกับตรงเข้ามางับหัวเจ๊กิม และกระชากอย่า
สุดแรง จนหนังศีรษะถูกถลกขึ้นอย่างน่ากลัว และเมื่อนางล้มลง เ
จ้าร็อตไวเลอร์ตัวพ่อที่จ้องรอจังหวะอยู่ ก็เข้ามาขย้ำเขี้ยวใส่ร่างของเจ้าของของมันทันที !
เจ้าหมาพันธุ์โหดสองผัวเมียจึงรุมกัดรุมฟัด เจ้านายของตัว
กระทั่งสิ้นใจตายคาพื้นบ้านอย่างน่าอนาถ  (  24 ม.ค. 2550)

เชื่อว่าผู้คนส่วนใหญ่ล้วนไม่เห็นด้วยที่ใครจะเลี้ยงหมาพันธุ์โหด
ทั้งไม่เห็นความจำเป็นในการจะต้องนำมาเลี้ยง
ทั้งทำให้เพื่อนร่วมสังคมเกิดความหวาดกลัว เหมือนดังมีภัยใกล้ตัว
และเห็นเหมือนกันว่า หากอยากจะเลี้ยงหมาเพื่อเป็นเพื่อน
หรือเพื่อดูแลบ้านเรือนก็น่าจะเลือกพันธุ์อื่นๆ ที่สั่งสอนและควบคุมกันได้ง่ายกว่านี้
 
ไม่ว่าจะเป็นหมาพันธุ์ใด ยิ่งเป็นพวกตัวโตๆก็น่าจะมีพื้นที่กว้างๆให้มันได้วิ่งออกกำลังกาย
ทุกวัน ไม่ใช่ขังอยู่ในกรง หรือเอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในบ้าน
เพราะนั่นจะทำให้มันเครียด ก้าวร้าว ควบคุมยาก และดุร้ายมากขึ้น
 
หากจะพามันออกวิ่งตามสนาม ,ตามถนนในหมู่บ้าน หรือตามที่สาธารณะจะต้องมั่นใจก่อนว่า
บุคคลที่พาวิ่งนั้นมีความแข็งแรงพอที่จะสู้แรงของหมาได้ เพื่อไม่ให้มันวิ่งไปงับผู้อื่น
แม้แต่เชือก หรือโซ่ที่ใช้จูงก็ต้องแน่ใจว่ามันเหนียวแน่นแข็งแรงเพียงพอ

ในขณะเดียวกันคนที่เป็นเจ้าของหมา ก็จะต้องมีเวลาให้มัน
เพื่อความใกล้ชิดที่จะฝึกวินัย ที่ว่ากันว่ายิ่งหมาดุก็ยิ่งจะต้องเข้มงวดแล้วก็จะต้องถูกหลักด้วยนะครับ
มิเช่นนั้นจะไม่สามารถแก้ไขนิสัยอันดื้อรั้น และควบคุมยากของมันได้
 
แต่หากพิจารณาจากข่าวหมาทำร้ายคนที่ผ่านมา
โดยมากเจ้าของมักจะปล่อยปละละเลย หรือให้การระมัดระวังไม่เพียงพอ

ส่วนการซื้อหามาไว้ในครอบครอง ก็จะต้องหาแหล่งขายที่มีมาตรฐาน มีใบPedigree
หรือใบรับรองพันธุ์สุนัข ที่จะระบุและรับรองสายพันธุ์ของมันว่าเป็นพันธุ์แท้โดยสมบูรณ์
เนื่องจากการผสมข้ามพันธุ์มักจะทำให้หมาที่ดุอยู่แล้วยิ่งจะดุร้ายไม่ผิดหมาป่า
ที่แม้แต่เจ้าของแท้ๆ ยังเสี่ยงต่อโดนมันขย้ำเขี้ยวเอาได้

 ส่วนการดูแลเรื่องวัคซีน ก็จะต้องพามันไปฉีดวัคซีน โดยเริ่มตั้งแต่ ....
 6  สัปดาห์  ฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคหัด หรือ ลำไส้อักเสบ และ ทำการถ่ายพยาธิ 1 ครั้ง
 8  สัปดาห์  ฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันตับอักเสบ
 10 สัปดาห์  ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัขเลปโตสไปโรซิส ตับอักเสบ และลำไส้อักเสบ
 12 สัปดาห์  ฉีดวัคซีนป้องกัน โรคพิษสุนัขบ้า และทำการถ่ายพยาธิอีก 2 ครั้ง
 หลังจากนั้นให้ฉีดวัคซีนในมุกโรคข้างต้นซ้ำปีละ 1 ครั้ง และทำการถ่ายพยาธิทุกๆ 3 – 6 เดือน 

ชุมชนใดที่มีคนเลี้ยงหมา โดยเฉพาะหมาพันธุ์โหดก็คงมีแต่ความหวาดกลัว
อยู่เสมอ ยิ่งเห็นมันวิ่งผ่านมา(ทั้งที่มีคนจูง) หรือเดินพบมันเข้าขณะที่กำลังจูงลูกๆหลาน
ก็ยิ่งเกิดความทั้งกลัวทั้งเครียด และ เกิดเป็นคำถามค้างคาใจอยู่จนทุกวันนี้ว่า......

มีความจำเป็นอะไรกันนักหนาเชียวหรือ...ที่จะต้องมีเจ้าพวกหมาพันธุ์โหดไว้ในครอบครอง !!???

www.csip.org
www.thaisafeplay.com
http://adisak.blog.mthai.com
http://adisak-channels.blog.mthai.com

 

 
 
 
 
 << ธันวาคม  2 5 5 7 >>  
อา พฤ
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Mailing list
** กรุณากรอก Email **
 

 

 

 

 

 

Website pages content copyright © 2003 csip.org allright reserved.