เรื่องน่ารู้สู่ความปลอดภัย




ระวัง! ติดแน่น...อุดจมูก
บทความโดย...ประจวบ ผลิตผลการพิมพ์
http://prempapatblong.exteen.com/

 
ทุกครั้งที่เห็นเจ้าหนูวัยซนคว้าสิ่งของชิ้นเล็กๆ พวกเรามักจะเป็นห่วงว่า
เขาจะจับใส่ปาก เพราะเหตุร้ายอันเกิดจากสิ่งแปลกปลอมอุดตันติดคอจนเด็กต้องเสียชีวิตนั้น 
มักปรากฏขึ้นเป็นข่าวเสมอๆ...

แต่บางท่านอาจนึกไม่ถึงก็ได้นะครับว่า
นอกจากเขาจะคว้าหมับจับใส่ปากแล้ว
เด็กๆหลายคนยังชอบจับหยอดหรือยัดเข้าไปในรูจมูก  
ซึ่งในหลายๆกรณีทำการแก้ไข
ฉุกเฉินได้ยากกว่าของอุดตันติดคอซะด้วยซ้ำไป


 
และสิ่งที่เด็กๆจับใส่ลงไปในรูจมูก
(ข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง)ก็มีสารพัดสารพันล่ะครับ... เมล็ดผลไม้ทั้งหลาย
( เมล็ดส้ม-น้อยหน่า-แตงโม-ส้มโอ-ละมุด-ลำไย หรือเมล็ดถั่วชนิดต่างๆ...)
 เม็ดกระดุม,เหรียญสตางค์,ลูกปัด,ลูกแก้ว,เศษชิ้นส่วนของเล่น กระทั่ง
หินชิ้นเล็กๆ...ฯลฯ....

จะทำอย่างไร ถ้ามีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอุดในรูจมูกของลูก...?


1)  ก่อนอื่น ให้ควบคุมสติสัมปชัญญะไว้ให้ดีซะก่อน
การตื่นตกใจจนเกินไป จะกลายเป็นทำอะไรไม่ถูก ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง
ทั้งลูก(ที่ประสบภัย)เองก็กำลังตื่นตระหนก หรือกำลังร้องไห้ลั่นด้วยความกลัว
หากคุณพ่อคุณแม่ตกใจจนกระเจิดกระเจิง ก็จะยิ่งยุ่งเข้าไปใหญ่ 
ทางที่ดีจึงควรรวบรวมสติ แล้วหันมาปลอบโยนและให้กำลังใจลูก
เพื่อเขาจะได้ผ่อนคลาย และกลัวน้อยลง

2)  บอกให้ลูกหายใจทางปาก และเงยหน้าขึ้น ส่องไฟฉายดูสิ่งแปลกปลอม 
ถ้าลูกโตแล้ว(5ขวบขึ้นไป) และสิ่งที่เข้าไปอุดนั้นชิ้นไม่โต หรืออยู่ไม่ลึกนัก
ก็ให้เอามือปิดจมูกข้างที่ไม่มีสิ่งแปลกปลอม แล้วให้สั่งน้ำมูกออกมา
(โดยไม่ต้องสั่งแรงนัก เพื่อไม่ให้แก้วหูได้รับการกระทบกระเทือน)
ของแปลกปลอมนั้นก็อาจหลุดออกมาได้ 

แต่หากอยู่ลึกเข้าไปในโพรงจมูกก็มักจะไม่หลุด ซึ่งนั่นก็ควรรีบไปพบแพทย์โดยทันทีครับ
เพราะคุณหมอมีทั้งความเชี่ยวชาญ และมีเครื่องไม้เครื่องมือที่จะตรวจสอบ
และคีบมันออกมาได้โดยปลอดภัย

คำเตือน... ห้ามเขี่ย-แคะ-คีบ หรือดึงเองอย่างเด็ดขาด เพราะมีโอกาสพลาดพลั้ง
จนสิ่งแปลกปลอมนั้นกลับยิ่งจมลึกลงไป จนยากแก่การแก้ไข
ยิ่งทำตกไปอยู่ด้านหลังภายในจมูก หรือสำลักเข้าไปในหลอดลม
ก็กลับจะทำให้ลูกได้รับบาดเจ็บมากยิ่งขึ้น

3 )  หากลูกยังเป็นเด็กเล็ก(ไม่เกิน 5 ขวบ) หนทางที่ดีและปลอดภัยที่สุด
ให้ลูกหายใจทางปาก แล้วรีบพาไปพบคุณหมอโดยด่วน

แต่ก็มีหลายๆรายเหมือนกันนะครับ
ที่เด็กน้อยยังไม่มีอาการอุดแน่นหายใจไม่ออกโดยฉับพลัน
แม้จะมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในรูจมูก
หรือแม้แต่เด็กบางคนที่ไม่กล้าบอกผู้ใหญ่(อาจเพราะกลัวโดนดุหรือโดนตี)
แม้จะมีวัสดุเข้าไปติดแน่นในจมูกจนมีอาการระคายเคือง
หรือเริ่มแน่นจมูกแล้ว(ซึ่งพบได้ในเมล็ดผลไม้ หรือของเล่นบางชนิดที่เริ่มพองตัวขึ้น)

ถ้างั้น เราจะสังเกตอย่างไรล่ะ ว่าลูกรักอาจจะมีสิ่งแปลกปลอมอุดตันจมูก
เพื่อจะได้รีบแก้ไข ก่อนที่จะสายเกินไป

 1... ลูกหายใจติดๆขัดๆเหมือนเป็นหืดหอบ หรือสังเกตได้ว่าลูกหายใจคล่องเพียงรูจมูกข้างเดียว
 2... เห็นว่าลูกพยายามแหย่-แคะ หรือดันรูจมูกอยู่เรื่อยๆ
 3...  มีน้ำมูกใสๆ หรือ มีน้ำมูกปนหนองหรือปนเลือดไหลออกมาจากรูจมูกข้างเดียว บางรายมีไข้ตัวร้อน ปวดศีรษะ
 4...  ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น(มักจะเกิดจากการติดเชื้อ)
                         น้ำมูกมีสีเหลืองๆเขียวๆ มีอาการคล้ายไซนัสอักเสบ
                         ซึ่งมักเป็นรายที่สิ่งแปลกปลอมติดแน่นค้างอยู่เป็นเวลานาน 
                         กระทั่งอาจเกิดเป็นหินปูนก้อนแข็งๆ เกาะติดหนึบอยู่ภายใน

 

การติดค้างในจมูกนานๆนั้น
จะเกิดอาการอักเสบหรืออุดตันมาก-น้อย เร็ว-ช้าแค่ไหน
ขึ้นอยู่กับเจ้าสิ่งแปลกปลอมอันนั้นด้วยครับ  เช่น  ถ้าเป็นพวกเมล็ดผลไม้
โดยมากไม่นานก็จะบวมพองขยายตัวขึ้น และอุดตันยิ่งขึ้น
 
ถ้าเป็นวัสดุที่มีผิวหยาบ มีส่วนแหลมคม หรือมีส่วนผสมของสารเคมี
เช่น พวกตุ๊กตุ่น ,ลวด,น้อต,เศษหิน,เศษไม้เล็กๆ) นานเข้าก็จะเกิดเป็นแผลในเยื่อบุช่องจมูก
เกิดอาการปวดบวม อุดตัน มีน้ำมูกไหลและมีเลือดกำเดา แล้วก็มักจะมีกลิ่นเหม็นด้วยครับ 
พวกวัสดุเล็กๆที่มีผิวเรียบ(เช่น  เม็ดพลาสติก,เม็ดกระดุม,ลูกแก้ว)
ก็มักจะติดค้างอยู่เป็นเวลานานโดยยังไม่มีอาการผิดปกติ กว่าพ่อแม่จะรู้ ลูกก็มีอาการมากแล้ว

จะเห็นได้ว่า กรณีสิ่งของอุดตันจมูกลูกนั้น
คุณพ่อคุณแม่ต้องพึ่งคุณหมอ และเครื่องไม้เครื่องมือของทางคลินิก หรือโรงพยาบาล 
ดังนั้น การป้องกันไว้ก่อนจึงน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด

1  )   แม้โดยธรรมชาติของเด็กวัย 1- 4 ขวบ 
จะเป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็น อยากรู้อยากลองไปซะหมดทุกอย่าง
แต่เขาก็พอเข้าใจสิ่งที่เราสั่งสอนแนะนำ
โดยเฉพาะอันตรายจากอุบัติภัยทั้งหลาย  เช่น  เรื่องการจับใส่วัสดุทั้งหลายเข้าไปในปาก-หู-จมูก
 
คุณพ่อคุณแม่สามารถสื่อกับลูกได้ด้วยภาษาง่ายๆตรงไปตรงมา
โดยทำท่าทางสีหน้าประกอบไปด้วยอย่างชัดเจน เพื่อดึงดูดให้เด็กสนใจและจำได้ 
เช่น “ลูกจะเอาไอ้นี่เข้าจมูกไม่ได้นะครับ”
(หยิบวัสดุนั้นขึ้นมา ชี้ที่จมูก แล้วโบกมือไปมา...ไม่ได้...ไม่ได้..พร้อมแสดงสีหน้าจริงจัง)
“ถ้าลูกเอาใส่เข้าไปในจมูก ลูกก็จะเจ็บและปวดมากๆเลย”
(ทำท่าจับจมูก และแสดงสีหน้าว่าเจ็บปวดมาก)

2  )  เนื่องจากเด็กเล็ก มักนั่งเล่นกับพื้น เขาจึงชอบหยิบฉวยสิ่งของที่อยู่
บนพื้นเสมอ คุณพ่อคุณแม่เห็นทีจะต้องเพิ่มการปัดกวาดเช็ดถูพื้นให้บ่อยยิ่งขึ้น
แม้จะเมื่อยล้ามากขึ้น แต่สิ่งที่ได้ก็คือ  บ้านของเราจะปลอดภัยยิ่งขึ้น
แถมยังสะอาดสะอ้าน สวยปิ๊งยิ่งๆขึ้นครับผม

3  )  เด็กเล็กที่ชอบทานผลไม้ มักทำให้เขามีความสดใสมีสุขภาพดี
คุณพ่อคุณแม่ควรสนับสนุนให้ลูกทานผลไม้ทุกวัน
แต่ก็ไม่ควรลืม เขี่ยเมล็ดผลไม้ออกซะให้หมด ก่อนที่จะถึงปากของลูก 
เพราะหากเราไม่ทำเช่นนั้น
เจ้าหนูจอมซนก็พร้อมที่จะสนุกสนานด้วยการเอาเมล็ดผลไม้หยอดใส่ปาก ใส่หู
หรือใส่รูจมูกได้ทุกเมื่อ

นอกจากสิ่งแปลกปลอมที่ตกลงไปจนทำให้เด็กอุดแน่นหายใจไม่ออก
ซึ่งมักจะเกิดขึ้นกับเด็กเล็ก  สำหรับครอบครัวใดที่มีลูกวัยทารก ก็จะต้องระมัดระวังเช่นกัน
เพราะเหตุการณ์อุดแน่นจมูก จนหายใจไม่ออก หรือจนขาดอากาศนั้น
มักจะเกิดจากอุปกรณ์ทั้งหลายที่อยู่บนเตียงนั่นเอง !  ไม่ว่าจะเป็น หมอน,หมอนข้าง,
ผ้าห่ม,ผ้าปุที่นอน  หรือแม้แต่ที่นอนที่นุ่มนิ่ม หนาและอ่อนยวบ
ก็ล้วนแต่แฝงไว้ด้วยอันตราย ที่อาจไปปิดกั้น กดทับ หรืออุดแน่นการหายใจของทารกน้อย
โดยที่ผู้ใหญ่อาจนึกไม่ถึง หรืออาจเผอเรอเมื่อไหร่ก็ได้

ดังนั้น จึงขอแนะนำนะครับว่า ให้ลูกตัวน้อย
นอนบนเบาะเด็กเล็กที่ค่อนข้างบางและหลีกเลี่ยงเบาะที่หนานุ่ม หรืออ่อนยวบ
แล้วเด็กวัยนี้ก็ยังไม่จำเป็นต้องนอนหมอนหนุนหัว
นอกจากจะไม่ได้ช่วยให้ลูกนอนสบายขึ้น
ยังเป็นการเสี่ยงหากลูกพลิกตัวและศีรษะจมลงไปในหมอน จนขาดอากาศหายใจ

อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ “จุกนม” ที่บางบ้านแก้ปัญหา
เด็กโยเยด้วยการให้เขาดูดจุกนมยาง แถมเลือกอันโตๆให้อีกด้วย
(คงซื้อไว้เผื่อโต เพื่อความประหยัด) แต่ “ความใหญ่”ของมัน
กลับทำให้ไปอุดแน่นที่จมูกของเด็ก ในทุกครั้งที่เขาออกแรงดูด
ทำให้เขาได้รับออกซิเจนได้ไม่เต็มที่
ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว   ...นั่นคืออันตรายที่คาดไม่ถึง
ดูแล้วช่างไม่คุ้มค่ากับนโยบายการประหยัดซะจริงๆ...!

www.csip.org
www.thaisafeplay.com
http://adisak.blog.mthai.com
http://adisak-channels.blog.mthai.com

 
 
 
 
 << มกราคม  2 5 6 5 >> 
อา พฤ
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031     
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Mailing list
** กรุณากรอก Email **
 

 

 

 

 

 

Website pages content copyright © 2003 csip.org allright reserved.