
กุมารแพทย์เสนอให้ภาครัฐลดภาษีนำเข้าที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กบนรถยนต์และรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญ
การจำลองอุบัติเหตุรถยนต์แสดงให้เห็นว่า หากไม่ใช้ Booster Seat หรือที่นั่งนิรภัย จะทำให้ศรีษะของเด็กกระแทกกับเบาะรถจนอาจเสียชีวิต แต่หากใช้ที่นั่งนิรภัยแบบนี้ จะช่วยยึดอวัยวะที่สำคัญไม่ให้ถูกกระแทก ประเทศไทยยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากนัก ทำให้ในแต่ละปี มีเด็กเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์จำนวนมาก ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย จึงจัดโครงการโรงเรียนอนุบาลนำร่องเพื่อความปลอดภัยในการโดยสารรถยนต์
เริ่มจากการให้ความรู้เรื่องการคมนาคม สัญญาณไฟจราจร การเดินข้ามทางม้าลาย และสาธิตการใช้ที่นั่งนิรภัยในรถยนต์ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต ลง ซึ่งในต่างประเทศ อย่างสหรัฐอเมริกา แคนนาดา และออสเตรเลีย ซึ่งมีกฎหมายบังคับ เห็นผลการใช้งานชัดเจน โดยเด็กทารกลดลงความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตร้อยละ 69 และลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บรุนแรงได้ร้อยละ 50
แม้ที่นั่งนิรภัยจะช่วยเพิ่มความปลอดภัย บนท้องถนนให้กับเด็กๆ แต่อุปสรรคสำคัญที่ทำให้มีการใช้น้อยมาก เพราะราคาที่นั่งนิรภัยอยู่ที่ตัว 4-5พันบาท เนื่องจากเป็นสินค้านำเข้าต้องเสียภาษีสูงถึงร้อยละ 30 รศ.นพ.อดิศักดิ์ จึงเสนอแนะให้ภาครัฐลดการจัดเก็บภาษี เช่นเดียวกับเข็มขัดนิรภัย และรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญ
ในระยะเริ่มต้นมีโรงเรียนเอกชนเข้าร่วมโครงการนำร่อง 4แห่ง ได้แก่ โรงเรียนสวนบัว โรงเรียนอนุบาลเซนจอห์น โรงเรียนอนุบาลทานตะวัน และโรงเรียนประสานมิตรแห่งนี้ เนื่องจากพบว่าผู้ปกครองส่วนใหญ่จะขับรถยนต์มาส่งนักเรียน
และมีความพร้อมซื้ออุปกรณ์ป้องกันอันตรายมากกว่าโรงเรียนของภาครัฐ







www.csip.org


|