1.1 พฤติกรรมที่เสริมสร้างความปลอดภัยแก่เด็ก ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน และสังคม
1.2 สิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ทั้งเชิงกายภาพ-เทคโนโลยี (physical and technological) และ เชิงสังคม-การเมือง-การจัดการ (social, political and organizational) โดยใช้การวิจัยสร้างองค์ความรู้

2. กลยุทธ์
2.1 เพื่อให้การดำเนินงานการสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ตั้งอยู่บนพื้นฐานความรู้ที่เป็นวิทยาศาสตร์(scientific based) มีการวิจัยที่ดีสนับสนุนทั้งด้านชีวกลไก (biomechanic) พฤติกรรมศาสตร์ (behavioural science)ระบาดวิทยา (epidemiology) ด้านคลินิก (clinical research) และงานวิจัยเชิงระบบ (system research)
2.2 เชื่อมโยงความรู้สู่การปฏิบัติ โดย
- สนับสนุนให้เกิดกลไกการดำเนินงานสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในระดับชุมชนเป็นหลัก (community-based injury prevention programs) โดยสนับสนุนให้ชุมชนมีความสามารถในการค้นหาปัญหาเฉพาะท้องถิ่น การวิเคราะห์การดำเนินการแก้ไข และการประเมินผล
- สร้างเครือข่าย (network) เชื่อมโยงหน่วยงานรัฐ เอกชน ทั้งภาคบริการและภาคการผลิต และนักการเมือง
- ใช้เทคนิคการสื่อสารความรู้ (knowledge communication techniques) ทุกวิถีทาง เพื่อให้เกิดความตระหนักในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานโดยผ่านสื่อสาธารณะต่างๆ (public media)
- กระตุ้นให้เกิดการสร้างนโยบายสาธารณะ (public policy) และการดำเนินงานตามนโยบายนั้น (enforcement)
2.3 มีการประเมินประสิทธิภาพและความคุ้มทุน(costeffectivenessevaluation)ต่อโครงการสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บต่างๆ
2.4 สนับสนุนการฝึกอบรมนักวิจัยใหม่ด้านการสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก