สื่อเผยแพร่




   เด็ก และ หมา กับการประชุม APEC

   การประชุม APEC กำลังจะมาถึง น่าแปลกที่อยู่ดีๆมีสิ่งมีชีวิตสองสิ่งในกรุงเทพมหานครได้อันตรธานหายไปสิ่งหนึ่งเคยเห็นที่สี่แยกหน้าศรีอยุธยาและสี่แยกตึกชัยเป็นประจำคือเด็กขายพวงมาลัย เด็กเหล่านี้หายไปไหน เดิมเคยทำงานหาเงินให้ครอบครัว ขณะนี้ต้องหยุดงาน จะส่งผลกระทบอะไรต่อครอบครัวบ้าง ที่แน่ชัดคือเราจะมีโอกาสเห็นคนแก่มาเดินขายแทน
       ไม่ว่าจะส่งผลอะไรต่อรายได้ครอบครัวก็ตาม แต่เด็กส่วนหนึ่งคงดีใจมากกว่าเสียใจ เด็กก็คือเด็ก คงต้องการเวลาเล่นสนุกสนาน มากกว่ามาเดินขายพวงมาลัย ในขณะที่หน่วยงานรัฐ หรือ NGO ออกมาตะโกนเรียกร้องความปลอดภัยสิทธิเด็กต่อสู้เพื่อไม่ให้เกิดการใช้แรงงานเด็กแต่เด็ก 4 ขวบเดินขายพวงมาลัยตามสี่แยกยังคงเป็นความเคยชินที่เรายอมรับได้อยู่เสมอความจริงแล้วเด็กเหล่านี้ถูกละเมิดสิทธิในหลายประเด็นเช่นความเสี่ยงอันตรายที่ต้องมาเดินอยู่บนท้องถนน การขาดโอกาสในการพัฒนาตามวัย การใช้แรงงานเด็ก เป็นต้น
       เด็กกรุงเทพเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรในลักษณะที่แตกต่างจากเด็กต่างจังหวัดคือร้อยละ 60 เป็นการถูกรถชนซึ่งในต่างจังหวัดเป็นการใช้รถจักยานยนต์ ขณะที่เรากำลังสอนว่าเด็กอายุน้อยกว่า 10 ปีต้องไม่ข้ามถนนที่ไม่มีทางข้ามที่ปลอดภัยโดยลำพัง สอนให้พ่อแม่ระวังเด็กอายุ 2-9 ปีซึ่งบางครั้งมีพฤติกรรมการวิ่งพุ่งออกสู่ถนนโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ(dartout)กระทรวงศึกษาธิการเองก็กำลังเร่งจัดการฝึกอบรมหลักสูตรการป้องกันอุบัติภัยจราจรโดยครูและตำรวจจะร่วมกันสอนเด็ก ซึ่งต้องทุ่มเทสรรพกำลังอย่างมากที่จะทำให้เด็กปลอดภัยมากขึ้นแต่เด็กขายพวงมาลัยเหล่านี้ยังคงเดินขายพวงมาลัยบนถนนที่คับคั่ง ต่อหน้าต่อตาพวกเราทุกคนต่อหน้าต่อตาตำรวจ หรือนักการเมือง เราเคยชินและรู้สึกเฉยๆต่อภาพที่เห็น
     ความเคยชินจนกลายเป็นความเพิกเฉยต่อกลุ่มเสี่ยงที่มองเห็นอยู่ทนโท่แทบทุกวันของเรา กลับยอมรับไม่ได้เมื่อมีแขกต่างชาติมาเยือน ความอับอายในการประชุม APEC ทำให้วันนี้พวกเขาไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องเสี่ยงต่อการถูกรถชน มีเวลาเล่นตามวัยของเขาซึ่งเป็นสิทธิที่เด็กควรจะได้รับมานานแล้ว
      แต่เด็กอาจอดข้าวอดขนมที่เคยกินเนื่องจากขาดรายได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐต้องดูแลมานานแล้ว เด็กเหล่านี้ไม่ควรมีกินเพราะการขายพวงมาลัยของเขา หากไม่มีกินจริงๆรัฐจะต้องช่วยดูแล ไม่ใช่ปล่อยให้เด็ก 4-5 ปีมาเดินขายพวงมาลัยบนถนนเพื่อหาซื้อข้าวกิน หากเป็นการถูกบังคับโดยครอบครัว ครอบครัวต้องถูกแทรกแซง หากเป็นการหารายได้พิเศษต้องถูกกำหนดอายุ รูปแบบการทำงานและพื้นที่ทำงานที่เหมาะสมตามวัย สังคมไทยต้องมีเกณฑ์มาตรฐานในการดูแลเด็กขั้นต่ำ และต้องแทรกแซงครอบครัวเมื่อครอบครัวไม่มีศักยภาพในการเลี้ยงดูให้ได้เกณฑ์ขั้นต่ำ
       สุนัขเป็นสิ่งที่มีชีวิตอีกชนิดหนึ่งซึ่งหายไปจากท้องถนนในการประชุม APECความจริงแล้วสุนัขจรจัดเป็นปัญหาที่สำคัญต่อสุขภาพคนไทย ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าประมาณ 250 ราย / ปี ในปี 2544 มีรายงานการเสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าในกทม.จำนวน 8 ราย ปี 2542 ได้มีการสำรวจพบว่าในกทม.มีสุนัขทั้งหมดจำนวน 633,904 ตัว ร้อยละ 17.4 เป็นสุนัขจรจัด
       เมื่อเร็วๆนี้มีกรณีหมาหมู่ หมาโหด หรือ หมาผี! รุมขย้ำน้องต้นเด็กวัย 11 ขวบ อาการปางตาย ต้องเสียใบหูไปหนึ่งข้าง เมื่อต้นปีนี้เองมีเหตุที่คล้ายคลึงกันคือเด็กอายุ 3 ขวบ ถูกหมาหมู่รุมกัดบาดเจ็บสาหัสที่จังหวัดนครปฐม .. หลังเกิดเหตุหนังสือพิมพ์ออกข่าว ผลปรากฏว่าสุนัขจรจัดบริเวณนั้นหายตัวไปโดยยังไม่ได้มีการประชุม APEC
      จากการศึกษาของศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่าร้อยละ 10ของเด็กที่บาดเจ็บมารับการรักษาที่ห้องฉุกเฉินเกิดจากการถูกสุนัขกัดโดยประมาณการเด็กสองแสนรายต่อปีต้องมารับการรักษาเพราะถูกสุนัขกัดการศึกษาในเด็กนักเรียนอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนต้นในเขตกทม.จำนวน 20433ราย พบว่ามีเด็กถูกสุนัขจรจัดกัด 262 รายในเวลา 7.5 เดือน คิดเป็นอุบัติการณ์ได้ 20 ต่อเด็กหนึ่งพันคนต่อระยะเวลาหนึ่งปี เด็กวัยประถมศึกษามีความเสี่ยงสูงกว่าวัยอื่น เพศชายถูกสุนัขกัด มากกว่าเพศหญิง (1.6:1) ร้อยละ 28 ไม่ได้ไปรับการรักษาที่ใด ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนใดเลย ภายหลังจากการถูกกัด
    ดังนั้นการควบคุมสุนัขจรจัดตามนโยบายของกทม.ไม่ให้เพ่นพ่านรวมทั้งการคุมกำเนิดเพื่อลดจำนวนลงในอนาคตจึงเป็นประโยชน์และควรสนับสนุนอย่างยิ่งเพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่ชุมชนจังหวัดอื่นๆต่อไป ไม่เพียงแต่เพื่อให้ผู้นำชาติอื่นไม่พบเห็นสุนัขจรจัดชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น แต่เพื่อเด็กๆของบ้านเราจะได้มีความปลอดภัยอย่างยั่งยืน และลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลโดยไม่จำเป็นอีกด้วย
     ความอับอายต่อผู้นำต่างชาติทั้งสองกรณีนี้เป็นสิ่งถูกต้องแล้วที่ควรจะต้องอับอายแต่ไม่ใช่อับอายชั่วคราวควรจะต้องอับอายอย่างยั่งยืน..เด็กและหมาหายไปจากท้องถนน..เป็นการจัดฉาก..ที่สมควรถูกจัดอย่างยั่งยืน
     มาร่วมกันสร้างสังคมไทย ให้เป็นสังคมที่รัก เอาใจใส่และดูแลเด็ก คำนึงถึงสิทธิเด็ก ร่วมกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย ร่วมกันสร้างระบบสวัสดิการเพื่อดูแลเด็ก ไม่ใช่เพื่อให้เขาเติบโตอย่างปลอดภัยเท่านั้น แต่เพื่อสร้างวัฒนธรรมการดูแลห่วงใยซึ่งกันและกันในสังคมด้วย (caring society)

ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก
คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
www.csip.org, www.safekids-thailand.com

สมาชิกเครือข่ายเด็กไทยปลอดภัยสนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ
มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

บทความรับผิดชอบโดย
ผศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์
ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี 022012382, 016828772 raapp@mahidol.ac.th

 
 
 
 
 
 << พฤศจิกายน  2 5 6 5 >> 
อา พฤ
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930   
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Mailing list
** กรุณากรอก Email **
 

 

 

 

 

 

Website pages content copyright © 2003 csip.org allright reserved.